การออกกำลังกายทางกายอย่างเดียวไม่พอ ชวนทาสมาทำ Mental Enrichment 5 แบบ ทั้งอาหาร กลิ่น ของเล่น สิ่งแวดล้อม และการฝึกฝน เพื่อบริหารสมองให้เจ้าตูบแฮปปี้และคลายเครียด
เคยสงสัยไหมคะ ว่าทำไมพาน้องหมาไปเดินเล่นจนขาลาก กลับมาบ้านแล้วน้องก็ยังดูพลังล้น กระวนกระวาย หรือบางทีก็รื้อบ้าน? หมอขอบอกเลยค่ะว่านั่นเป็นเพราะ สุนัขเป็นสัตว์สังคม ฉลาด และแอ็กทีฟมาก การออกกำลังกายแค่ภายนอกจึงอาจยังไม่พอ พวกเขาจำเป็นต้องได้ฝึกสมองและลับปัญญาในทุกช่วงวัยของชีวิตด้วย บทความนี้หมอจะชวนทาสอย่างเราไปทำ "Mental Enrichment" ให้เจ้าตูบกันค่ะ
คำว่า Enrichment หมายถึงการเพิ่มพูนสิ่งเร้าและพฤติกรรมตามธรรมชาติ ซึ่งก็คือกิจกรรมที่ช่วยเปิดโอกาสให้น้องหมาได้ใช้สัญชาตญาณ สมอง และประสาทสัมผัสอย่างปลอดภัยและเหมาะสมนั่นเองค่ะ วันนี้หมอรวบรวมไอเดีย Enrichment 5 แบบที่คุณมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เจ้าตูบเล่นได้ทุกวันไม่มีเบื่อมาฝากกัน
มื้ออาหารและขนมคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในวันของน้องหมาค่ะ แทนที่จะใส่ชามให้กินเสร็จใน 2 นาที ลองเปลี่ยนมาใช้เกมซ่อนอาหารที่พวกเขาโปรดปรานดู วิธีนี้ ช่วยกระตุ้นพฤติกรรมการออกตามล่าหาอาหาร และเพิ่มความกระฉับกระเฉง ให้กับสุนัขได้อย่างเห็นได้ชัด เพราะเป็นเกมที่เน้นการฝึกสมาธิและการพึ่งพาตัวเองของเจ้าตูบแต่ละตัวเป็นหลัก
ประสาทสัมผัสทางกลิ่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับสุนัข การดมกลิ่นคือพฤติกรรมตามธรรมชาติและเป็นวิธีหลักที่พวกเขาใช้รับข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมค่ะ นักวิจัยพบว่า การเพิ่มสิ่งเร้าทางกลิ่น (Olfactory Enrichment) ช่วยลดพฤติกรรมตื่นตัวเกินเหตุ เช่น การกระโดด (Jumping) และการเห่าหอน (Vocalizing) ลงได้อย่างชัดเจน พร้อมกับกระตุ้นให้น้องแสดงพฤติกรรมสำรวจตามธรรมชาติออกมาแทน ใครที่เจอปัญหาน้องไฮเปอร์ ชอบกระโดดใส่แขก หรือเห่าเก่ง ลองใช้เกมดมกลิ่นมาช่วยดึงสมาธิดูนะคะ
การเล่นเกมด้วยของเล่นช่วยพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ สร้างความมั่นใจ และ กระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยง ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และนี่คือเคล็ดลับการเล่นให้สนุกค่ะ
การพาน้องหมาไปเปลี่ยนบรรยากาศไม่ได้แค่ทำให้สนุกเท่านั้น แต่ในทางวิทยาศาสตร์พฤติกรรมสัตว์พบว่า กิจกรรมนอกบ้านช่วยให้สุนัขแสดงพฤติกรรมผ่อนคลาย ลดพฤติกรรมตื่นตระหนกและความเครียด ลงได้อย่างชัดเจน เรียกว่ากลับมาบ้านปุ๊บ หลับสนิทอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่รื้อบ้านแน่นอนค่ะ ทั้งนี้กิจกรรมนอกบ้านควรทำควบคู่กับ การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัยและสายพันธุ์ เพื่อสุขภาพกายที่ดีไปพร้อมกัน
แม้จะเป็นเส้นทางเดินเล่นเดิม ๆ คุณก็เติมความสนุกเข้าไปได้ด้วยกิจกรรมเหล่านี้ค่ะ
ตัวอย่างทริคที่ฝึกได้ เช่น ขอมือทีละข้าง (High Five) เดินเป็นเลขแปด (Figure of eight) เก็บของเล่นเข้าที่ให้เป็นระเบียบ เอาสองเท้าหน้าขึ้นมาพาดบนวัตถุ และวิ่งลอดอุโมงค์ การฝึกเหล่านี้นอกจากน้องจะได้ทักษะใหม่ ยังช่วยเสริมความมั่นใจและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเจ้าสี่ขาแน่นแฟ้นขึ้นจนคุณสัมผัสได้เลยค่ะ
Mental Enrichment ไม่ได้สำคัญแค่กับน้องหมาวัยซนเท่านั้น การกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอยังเป็นการดูแลสุขภาพสมองระยะยาว ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอปัญหาที่พบได้ในสุนัขสูงวัย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ภาวะสมองเสื่อมในสุนัขสูงวัย
1. ทำไมพาสุนัขไปวิ่งเล่นจนเหนื่อยแล้ว พอกลับมาบ้านน้องยังคงพลังล้นและชอบรื้อข้าวของ?
เพราะสุนัขเป็นสัตว์ที่ฉลาดและมีสัญชาตญาณสูง การออกกำลังกายทางกายเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ พวกเขาจำเป็นต้องได้รับ Mental Enrichment หรือการฝึกสมองควบคู่ไปด้วยค่ะ หากสมองไม่ได้ใช้งาน น้องจะเบื่อและระบายออกด้วยพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น เห่าเสียงดังหรือกัดทำลายเฟอร์นิเจอร์
2. มีไอเดียกิจกรรมแบบไหนบ้างที่ช่วยลับปัญญาและกระตุ้นประสาทสัมผัสของสุนัขได้ทุกวัน?
มิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลายแบบค่ะ ด้านอาหารใช้ Lick Mat หรือ Puzzle Feeder และการโปรยอาหารบนสนามหญ้า ด้านกลิ่นให้ปล่อยน้องดมกลิ่นเต็มที่ระหว่างเดินหรือเล่นเกมซ่อนของเล่น ส่วนกิจกรรมนอกบ้านลองพาไปเดินบนพื้นผิวใหม่ ๆ หรือเล่นน้ำในสระเป่าลม เพื่อเปิดประสบการณ์และคลายเครียด
3. การเล่นของเล่นและฝึกทักษะมีเทคนิคอย่างไรให้ปลอดภัยและผูกพันกันมากขึ้น?
ควรหมุนเวียนของเล่นทุกสัปดาห์เพื่อไม่ให้น้องเบื่อ ปล่อยให้น้องชนะในเกมบ้างเพื่อสร้างความมั่นใจ และถ้าฟันของน้องมาโดนมือให้หยุดเกมทันทีเพื่อสอนกฎความปลอดภัย ส่วนการฝึกทริคด้วยรางวัล (Reward-based training) เช่น ขอมือหรือเดินเลขแปด จะช่วยบริหารสมองและกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างคุณกับน้องได้ดีค่ะ
4. การฝึกสมองช่วยให้สุนัขเหนื่อยได้จริงเหมือนการออกกำลังกายหรือไม่?
ได้จริงค่ะ การฝึกสมองและสมาธิทำให้น้องเหนื่อยและอิ่มเอมได้พอ ๆ กับการออกกำลังกายทางกาย เพราะต้องใช้พลังในการคิด แก้ปัญหา และจดจ่อ ดังนั้นในวันที่พาออกไปข้างนอกไม่ได้ กิจกรรมบริหารสมองในบ้านก็ช่วยให้น้องผ่อนคลายและหลับสบายขึ้นได้