ทำไมสุนัขถึงกิน "อึ"? เรื่องชวนยี้ที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์ profile image เรียบเรียงโดย
สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์
|
Jul 25, 2026
|
330
รู้หรือไม่
สุขภาพ
ทำไมสุนัขกินอึ
Summary
ทำไมสุนัขกินอึ

ทำไมสุนัขถึงกิน "อึ"? พฤติกรรม Coprophagia อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่สัญชาตญาณบรรพบุรุษ ปัญหาสุขภาพแฝง ไปจนถึงวิธีรับมือที่ถูกต้องโดยไม่ต้องลงโทษ

เชื่อว่าเจ้าของหลายคนคงเคยเจอภาพที่ทำเอาใจหายวูบ เมื่อน้องหมาสุดที่รักเดินไปก้มกิน "อึ" ต่อหน้าต่อตา หมอเข้าใจดีค่ะว่ามันน่าตกใจและชวนยี้ แต่อยากให้ใจเย็นก่อนนะคะ เพราะพฤติกรรมนี้มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า "Coprophagia" (โคโพรฟาเจีย) และเบื้องหลังมันมีทั้งเหตุผลจากสัญชาตญาณบรรพบุรุษและปัญหาสุขภาพที่แฝงอยู่ ซึ่งอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ค่ะ

สรุปใน 1 นาที

  • Coprophagia คือพฤติกรรมการกินอุจจาระของสุนัข ที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด งานวิจัยพบว่าสุนัขราว 1 ใน 4 เคยกินอึอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
  • ในสุนัขปกติ สาเหตุมักมาจาก สัญชาตญาณบรรพบุรุษ เพื่อปกป้องฝูงจากพยาธิ พฤติกรรมเลียนแบบแม่ ความเครียด หรือความเบื่อ
  • ในลูกสุนัขถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ และส่วนใหญ่ มักหายไปเองเมื่ออายุเกิน 9 เดือน
  • แต่ถ้าสุนัข "โต" จู่ ๆ เริ่มกินอึ อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ปัญหาสุขภาพ เช่น พยาธิ การดูดซึมผิดปกติ หรือโรคแฝง
  • การแก้ไขต้องเริ่มจาก "หาสาเหตุ" ปรับโภชนาการ จัดการสิ่งแวดล้อม และใช้การเสริมแรงทางบวก
  • สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือ การลงโทษรุนแรง เพราะยิ่งทำให้น้องเครียดและแอบกินมากขึ้น

เปิดสถิติ: งานวิจัยบอกอะไรเราบ้าง

ดร. เบนจามิน ฮาร์ท (Dr. Benjamin Hart) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ได้ศึกษาพฤติกรรมนี้อย่างจริงจัง และพบข้อมูลที่น่าสนใจซึ่งช่วยให้เราเข้าใจน้องมากขึ้นค่ะ Journal of Veterinary Behavior

  • 16% (หรือ 1 ใน 6) ของสุนัข ถูกจัดเป็น "นักกินอึตัวยง" (Serious poop eaters) คือถูกจับได้ว่ากินมาแล้วอย่างน้อย 5 ครั้ง
  • 24% (หรือ 1 ใน 4) ของสุนัขในการศึกษา เคยถูกพบว่ากินอึอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ความจริงที่แปลกประหลาด คือ สุนัขมักเลือกกินเฉพาะ "อึที่สดใหม่" (อายุไม่เกิน 1–2 วัน) และสุนัขที่ตะกละหรือชอบขโมยอาหารจากโต๊ะ มีแนวโน้มเป็นนักกินอึมากกว่าตัวอื่น
  • ในขณะเดียวกัน งานวิจัยหนึ่งยังพบว่าพฤติกรรมนี้ได้รับอิทธิพลมาจาก การอาศัยอยู่ร่วมกันของสุนัขอีกตัวที่มีพฤติกรรมกินอุจจาระ มากกว่าสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดู Journal of Veterinary Behavior

ทำไมสุนัขถึงกินอึ? (สาเหตุทางธรรมชาติและพฤติกรรม)

ในสุนัขที่สุขภาพปกติ พฤติกรรมนี้มักไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย แต่มาจากสาเหตุเหล่านี้ค่ะ

  1. สัญชาตญาณบรรพบุรุษ: ดร. ฮาร์ท สรุปว่านี่คือพันธุกรรมที่ตกทอดมาเพื่อ ปกป้องฝูง โดยสุนัขในป่าจะกินอึในบริเวณที่พักอาศัยเพื่อกำจัดพยาธิไม่ให้แพร่กระจายสู่สมาชิกในฝูง
  2. พฤติกรรมแม่และลูก: แม่หมาจะเลียและกินอึของลูกเพื่อรักษาความสะอาดในช่วง 3 สัปดาห์แรก ส่วนลูกหมาก็มักเลียนแบบพฤติกรรมแม่ หรือกินเพื่อสำรวจโลก ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปเองเมื่ออายุเกิน 9 เดือน
  3. ความเครียดและสิ่งแวดล้อม: สุนัขที่ถูกขังในที่แคบหรือถูกทิ้งให้อยู่ลำพังนาน ๆ มีโอกาสกินอึมากกว่าปกติ

เมื่อพฤติกรรมมาจากความเครียดหรือการฝึกที่ผิดวิธี

  • ความวิตกกังวลจากการฝึก: หากเจ้าของใช้บทลงโทษที่รุนแรงตอนฝึกขับถ่าย น้องอาจกินอึเพื่อ "ทำลายหลักฐาน" เพราะกลัวโดนทำโทษ การเริ่มต้นด้วยวิธีที่ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เคล็ดลับการฝึกลูกสุนัข
  • เรียกร้องความสนใจ: น้องเรียนรู้ว่าถ้าทำแบบนี้ เจ้าของจะเข้ามามีปฏิกิริยา (แม้จะเป็นการดุก็ตาม)

เมื่อไหร่ที่ควรพาไปปรึกษาสัตวแพทย์?

หากสุนัข "โต" ที่ไม่เคยมีพฤติกรรมนี้ จู่ ๆ เริ่มกินอึ หมอแนะนำให้พามาตรวจค่ะ เพราะอาจมาจากปัญหาทางร่างกายที่ซ่อนอยู่ เช่น

  • พยาธิในลำไส้ หรือปัญหาการดูดซึมอาหาร ซึ่งการป้องกันพยาธิอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงได้ ดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ การป้องกันพยาธิ
  • ภาวะขาดสารอาหาร: ร่างกายพยายามหาแร่ธาตุหรือวิตามินบี (B-vitamin) ทดแทน
  • โรคแฝง: เช่น เบาหวาน (Diabetes), โรคคุชชิ่ง (Cushing's Disease) หรือไทรอยด์ ที่ทำให้ความอยากอาหารพุ่งสูงผิดปกติ
สุนัขโตที่จู่ ๆ เริ่มกินอึ ควรได้รับการตรวจอุจจาระหรือตรวจเลือดก่อนเสมอ เพื่อคัดกรองโรคทางกายก่อนจะเริ่มปรับพฤติกรรมค่ะ

วิธีรับมือและแก้ไขอย่างได้ผล

การแก้ปัญหาต้องดูที่ "สาเหตุ" เป็นหลัก ไม่ใช่แค่ห้ามที่ปลายเหตุ หากพบว่าน้องมีพฤติกรรมนี้ ลองทำตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ

1. ตรวจหาสาเหตุทางการแพทย์ 

ก่อนจะเริ่มฝึกใด ๆ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจอุจจาระหรือตรวจเลือด ยืนยันว่าน้องไม่มีปัญหาเรื่องพยาธิ การดูดซึมสารอาหารผิดปกติ หรือโรคทางระบบเผาผลาญ

2. ปรับเปลี่ยนโภชนาการ 

  • มั่นใจว่าอาหารที่ให้มีสารอาหาร ครบถ้วนและมีคุณภาพสูง ดูแนวทางได้ที่ การให้อาหารสุนัขเพื่อสุขภาพที่ดี
  • สำหรับสุนัขที่มีปัญหาการดูดซึม การเสริม เอนไซม์ช่วยย่อย จะช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ได้ดีขึ้น ลดความอยากกินสิ่งอื่นทดแทน

3. การจัดการสิ่งแวดล้อม 

  • ความสะอาด: เก็บอุจจาระออกจากบริเวณที่อยู่อาศัยทันที เพื่อตัดโอกาสในการเข้าถึง
  • การดูแลอย่างใกล้ชิด: ขณะพาน้องเดินเล่นหรือปล่อยวิ่ง ต้องสอดส่องตลอดเวลา หากน้องเริ่มสนใจสิ่งปฏิกูล ให้เบี่ยงเบนความสนใจทันที

4. เทคนิคการเสริมแรงทางบวก 

การใช้รางวัลช่วยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ที่ได้ผลดีคือการฝึกคำสั่ง "ปล่อย":

  1. วางขนมไว้ในมือแล้วยื่นให้น้อง
  2. เมื่อน้องจะงับ ให้พูดว่า "ปล่อย" พร้อมกำมือ
  3. เมื่อน้องหยุดพยายามและมองไปทางอื่น ให้รางวัลด้วย "ขนมอีกชิ้นที่อร่อยกว่า" ในมืออีกข้าง
  4. ฝึกซ้ำ ๆ จนเริ่มวางของไว้บนพื้น แล้วค่อยย้ายไปฝึกกลางแจ้ง

5. เพิ่มกิจกรรมสันทนาการ 

สุนัขที่เบื่อมักหาเรื่องทำแก้เซ็ง การออกกำลังกายที่เพียงพอและการใช้ ของเล่นฝึกทักษะ จะช่วยกระตุ้นทั้งสมองและร่างกาย ลดโอกาสเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์

6. จัดการความเครียดและความวิตกกังวล

หากสาเหตุมาจากความเครียด อาจต้องใช้วิธีปรับพฤติกรรม หรือในรายที่อาการหนัก สัตวแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาคลายกังวลควบคู่กับการฝึก

สิ่งที่ "ควรหลีกเลี่ยง" 

  • การลงโทษ (Punishment): การดุด่าหรือตีเมื่อน้องกินอึ ไม่ได้ช่วยให้พฤติกรรมหายไป แต่จะยิ่งทำให้น้องเครียดและกังวลมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การแอบกินเพื่อทำลายหลักฐาน
  • การละเลยสาเหตุที่แท้จริง: การแก้แค่ปลายเหตุโดยไม่ดูเรื่องสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม จะทำให้น้องกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

1. ในทางวิทยาศาสตร์ ทำไมสุนัขถึงกินอุจจาระตัวเองหรือสัตว์อื่น?

พฤติกรรมนี้มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า Coprophagia ซึ่งมีสาเหตุหลักจากสัญชาตญาณบรรพบุรุษเพื่อปกป้องฝูงจากการแพร่กระจายของพยาธิ รวมถึงพฤติกรรมเลียนแบบของลูกสุนัข งานวิจัยยังพบว่าสุนัขที่ตะกละมักเลือกกินเฉพาะอุจจาระที่สดใหม่ แต่หากเกิดขึ้นในสุนัขโตที่จู่ ๆ ก็เริ่มมีพฤติกรรมนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะเครียดสะสม การเรียกร้องความสนใจ หรือปัญหาการขาดสารอาหารได้ค่ะ

2. การที่จู่ ๆ สุนัขโตหันมากินอุจจาระ เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพด้านใดบ้าง?

หากพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในสุนัขที่โตแล้ว อาจบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพทางกาย เช่น พยาธิในลำไส้ ระบบดูดซึมอาหารผิดปกติจนขาดสารอาหาร หรือโรคแฝงที่ทำให้ความอยากอาหารพุ่งสูงผิดปกติ เช่น เบาหวาน คุชชิ่ง หรือไทรอยด์ รวมถึงผลข้างเคียงจากยาสเตียรอยด์ เจ้าของจึงควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองโรคทางกายก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ

3. เจ้าของควรปรับพฤติกรรมสุนัขเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างไร?

ต้องทำควบคู่กันหลายด้านค่ะ เริ่มจากการจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยการเก็บอุจจาระทิ้งทันทีและเพิ่มกิจกรรมคลายเบื่อ จากนั้นฝึกคำสั่ง ปล่อย (Leave It) ด้วยการเสริมแรงทางบวก เช่น ให้ขนมหรือคำชมเมื่อน้องเดินผ่านอุจจาระโดยไม่สนใจ และข้อควรระวังคือห้ามดุด่าหรือลงโทษรุนแรงเด็ดขาด เพราะความเครียดจะยิ่งกระตุ้นให้น้องแอบกินเพื่อทำลายหลักฐานมากกว่าเดิม

4. พฤติกรรมกินอึในลูกสุนัขต้องกังวลไหม?

โดยทั่วไปในลูกสุนัขถือเป็นเรื่องที่พบได้ตามธรรมชาติ ทั้งจากการเลียนแบบแม่และการสำรวจโลกรอบตัว ซึ่งส่วนใหญ่มักหายไปเองเมื่ออายุเกิน 9 เดือนค่ะ อย่างไรก็ตาม ควรรักษาความสะอาดและดูแลเรื่องการถ่ายพยาธิอย่างสม่ำเสมอ หากพฤติกรรมยังคงอยู่หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาสัตวแพทย์

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. COAPE. Understanding Coprophagia: Causes and Solutions for Your Pet. coape.org
  2. Hart, B. L., & Hart, L. A. (2018). “Why Do Dogs and Puppies Eat Feces? Coprophagy Explained.” Journal of Veterinary Behavior.
  3. Landsberg, G., Hunthausen, W., & Ackerman, L. (2013). Behavior Problems of the Dog and Cat. Elsevier.
  4. Amaral, A.R. et al. (2018). Canine coprophagic behavior is influenced by coprophagic cohabitant. Journal of Veterinary Behavior
เรียบเรียงโดย สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์
chat line chat facebook