โรคลมแดดในสุนัข (ฮีทสโตรก): ภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต

สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์ profile image เรียบเรียงโดย
สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์
|
Jun 28, 2026
|
511
สุขภาพ
โรค
โรคลมแดดในสุนัข
Summary
โรคลมแดดในสุนัข

ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดดในสุนัขคือภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิตและทำลายอวัยวะภายในได้เร็วมาก สัตวแพทย์สรุปกลุ่มเสี่ยง สัญญาณเตือน อุณหภูมิที่อันตราย การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด และวิธีป้องกันก่อนเกิดเหตุ

สรุปประเด็นสำคัญใน 1 นาที

  • โรคลมแดด (ฮีทสโตรก) คือ ภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต และทำลายอวัยวะภายในได้เร็วมาก
  • กลุ่มเสี่ยงสูงคือ สายพันธุ์หน้าสั้น สุนัขสูงวัย น้ำหนักเกิน ขนหนา และมีโรคประจำตัว
  • อุณหภูมิร่างกายที่ ≥ 40.5°C (105°F) ถือว่าเข้าสู่ภาวะวิกฤต
  • ปฐมพยาบาลด้วย น้ำอุณหภูมิห้อง เท่านั้น — ห้ามใช้น้ำแข็งจัดประคบทั่วตัว แล้วรีบส่งสัตวแพทย์

ในฐานะสัตวแพทย์ ดิฉันอยากเน้นย้ำว่า ฮีทสโตรก (โรคลมแดด) คือภาวะวิกฤตที่เกิดเมื่ออุณหภูมิร่างกายของน้องสูงเกินจนระบายความร้อนไม่ทัน ซึ่ง ทำลายอวัยวะภายในอย่างรุนแรงและนำไปสู่การเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทยค่ะ

1. โรคลมแดดคืออะไร และใครคือกลุ่มเสี่ยง

สุนัขต่างจากคนตรงที่ ไม่มีต่อมเหงื่อทั่วตัว (มีเฉพาะที่อุ้งเท้า) จึงต้องอาศัยการ "หอบ" เป็นหลักเพื่อระบายความร้อน เมื่อหอบไม่ทันความร้อนจึงสะสมจนเข้าสู่ภาวะวิกฤต สุนัขทุกตัวเป็นได้ แต่กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ

  • สายพันธุ์หน้าสั้น (Brachycephalic): เช่น ปั๊ก บูลด็อก เพราะทางเดินหายใจระบายความร้อนได้ไม่ดี
  • สุนัขสูงวัยหรือน้ำหนักเกิน: ปรับตัวกับความร้อนได้ยากกว่าปกติ
  • สุนัขขนหนาหรือขนสีเข้ม: ดูดซับความร้อนได้มากกว่า
  • สุนัขที่มีโรคประจำตัว: เช่น โรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจ

2. สัญญาณเตือนและอุณหภูมิที่อันตราย

อุณหภูมิปกติของสุนัขอยู่ที่ 38–39.2°C (100.5–102.5°F) แต่เมื่อพุ่งถึง 40.5°C (105°F) หรือสูงกว่า ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่ภาวะฮีทสโตรกทันที สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบช่วยเหลือ ได้แก่

  • หอบรุนแรงผิดปกติและน้ำลายไหลยืด
  • เหงือกมีสีแดงเข้มผิดปกติ
  • อาเจียนหรือท้องเสีย (อาจมีเลือดปน)
  • อ่อนแรง เดินเซ ดูสับสน
  • ชักหรือหมดสติ

หากปล่อยไว้นาน อวัยวะสำคัญจะเริ่มล้มเหลว นำไปสู่ไตวายเฉียบพลัน ปัญหาการแข็งตัวของเลือด และภาวะช็อก สถานการณ์เสี่ยงที่พบบ่อยคือ การออกกำลังหนักกลางแจ้งวันร้อนชื้น และ การถูกทิ้งไว้ในรถ ที่อุณหภูมิพุ่งสูง

3. ปฐมพยาบาลฉุกเฉิน: สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำ

ฮีทสโตรกคือ ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ให้รีบทำตามนี้

เมื่อถึงโรงพยาบาล สัตวแพทย์จะให้ออกซิเจน สารน้ำทางเส้นเลือด ยาควบคุมการชัก และติดตามผลเลือดเพื่อตรวจการทำงานของตับ ไต และระบบการแข็งตัวของเลือด

4. ป้องกันก่อนเกิดเหตุ และข้อคิดทิ้งท้าย

การป้องกันคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดเสมอ

  • ห้ามทิ้งน้องไว้ในรถเด็ดขาด แม้จะเปิดกระจกไว้
  • เลี่ยงออกกำลังกลางแจ้งช่วงร้อนจัด แนะนำในช่วงเช้าตรู่หรือหัวค่ำ
  • เตรียมน้ำดื่มและที่ร่มให้เพียงพอเมื่ออยู่นอกบ้าน
  • อยู่ในที่ร่มอากาศถ่ายเทในวันร้อนจัด

โอกาสรอดชีวิตขึ้นอยู่กับ "ความเร็ว" ในการลดอุณหภูมิและการรักษา และน้องที่เคยเป็นฮีทสโตรกแล้วจะเสี่ยงเป็นซ้ำสูงมาก การใส่ใจสภาพอากาศและขีดจำกัดของน้องจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดค่ะ

1. ทำไมสุนัขหน้าสั้นหรือน้ำหนักเกินจึงเสี่ยงโรคลมแดดมากกว่า?

เพราะสุนัขไม่มีต่อมเหงื่อทั่วตัว (มีเฉพาะที่อุ้งเท้า) จึงต้องอาศัยการ“หอบ”เป็นหลัก สายพันธุ์หน้าสั้นมีทางเดินหายใจแคบ หอบระบายความร้อนได้ไม่ดี ส่วนสุนัขสูงวัยหรือน้ำหนักเกินก็ปรับตัวกับความร้อนได้ยากกว่า จึงสะสมความร้อนได้เร็วและเสี่ยงสูง

2. อุณหภูมิเท่าไหร่ที่เริ่มอันตราย และมีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง?

อุณหภูมิปกติของสุนัขอยู่ที่ 38–39.2°C แต่หากพุ่งถึง 40.5°C (105°F) หรือสูงกว่า ถือว่าเข้าสู่ภาวะวิกฤต สัญญาณเตือนที่ต้องรีบเช็กคือ หอบรุนแรงผิดปกติ น้ำลายไหลยืด เหงือกแดงเข้ม อ่อนแรง เดินเซ สับสน อาเจียน/ท้องเสีย ไปจนถึงชักหรือหมดสติ

3. ถ้าสงสัยว่าเป็นฮีทสโตรก ปฐมพยาบาลอย่างไร และห้ามทำอะไร?

หัวใจคือ“ความเร็วในการลดอุณหภูมิ” สิ่งที่ต้องทำคือใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้องเช็ด/ราดตัวทันที พร้อมเปิดพัดลม/แอร์ สิ่งที่ห้ามเด็ดขาดคือการใช้น้ำแข็งจัดหรือน้ำเย็นจัดประคบทั่วตัว เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวจนระบายความร้อนไม่ได้ จากนั้นรีบนำส่งสัตวแพทย์ทันที

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. Heatstroke: A Medical Emergency. Cornell University College of Veterinary Medicine. Cornell Vet
  2. Heatstroke in Dogs. American Kennel Club (AKC). AKC
  3. Heat Stroke in Dogs. VCA Animal Hospitals. VCA
เรียบเรียงโดย สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์
chat line chat facebook