ทำไมสุนัขกิน "ของแปลก"? ไขปริศนา Pica ตั้งแต่สาเหตุจนถึงวิธีดูแล

สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์ profile image เรียบเรียงโดย
สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์
|
Jul 25, 2026
|
553
รู้หรือไม่
สุขภาพ
สุนัขกินของแปลก
Summary
สุนัขกินของแปลก

เห็นน้องหมาคาบถุงเท้า กินหญ้า กินดินแล้วอดสงสัยไม่ได้? พฤติกรรมนี้เรียกว่า Pica มาทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีดูแลอย่างถูกวิธีกันค่ะ

เคยไหมคะ ที่จู่ ๆ ก็เห็นน้องหมาคาบถุงเท้าไปแทะ หรือแอบไปกินหญ้า กินดิน จนเราต้องร้องอุทานว่า "กินเข้าไปได้ยังไง!" หมอเข้าใจดีค่ะว่าพฤติกรรมแบบนี้ชวนปวดหัวและกังวลไปพร้อม ๆ กัน ในทางสัตวแพทย์เราเรียกการกินสิ่งที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นประจำแบบนี้ว่า Pica (พิกา) ซึ่งเบื้องหลังของมันมีทั้งเรื่องพฤติกรรม สุขภาพ และพันธุกรรมซ่อนอยู่ มาไขปริศนาไปด้วยกันค่ะ

สรุปใน 1 นาที

  • Pica คือการกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหารเป็นประจำ เช่น ถุงเท้า ก้อนหิน ดิน หญ้า หรืออุจจาระ
  • ในลูกสุนัขมักเกิดจาก ความอยากรู้อยากเห็น และการคันเหงือกช่วงฟันขึ้น ส่วนในสุนัขโตมักโยงกับ ความเครียดและความเบื่อ
  • บางครั้งเป็น สัญญาณของโรคแฝง เช่น ฮอร์โมนผิดปกติ พยาธิ หรือภาวะขาดสารอาหาร
  • งานวิจัยพบว่า Pica อาจเป็น การแสดงออกของความเจ็บปวด เช่น โรคข้อสะโพกเสื่อม
  • สุนัขบางสายพันธุ์มี การกลายพันธุ์ของยีน POMC ที่ทำให้ "ไม่รู้จักอิ่ม"
  • แก้ไขได้ด้วยการจัดบ้าน เพิ่มกิจกรรม ฝึกคำสั่ง และตรวจสุขภาพเมื่ออาการรุนแรง

Pica คืออะไร และทำไมสุนัขถึงกินของแปลก

คำว่า Pica หมายถึงการกินสิ่งของที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเป็นประจำ ซึ่งสาเหตุนั้นแตกต่างกันไปตามช่วงวัยและพฤติกรรมของน้อง หมอขอแยกให้เห็นภาพชัด ๆ ดังนี้ค่ะ

1. ความอยากรู้อยากเห็นตามวัย 

สำหรับลูกสุนัข การเอาของเข้าปากคือการ "สำรวจโลก" ผ่านประสาทสัมผัส คล้ายกับเด็กทารก และยังช่วยบรรเทาอาการคันเหงือกช่วงที่ฟันกำลังขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปเองเมื่อโตขึ้นหากได้รับการฝึกที่ถูกต้อง

2. ความเครียดและวิตกกังวล 

สุนัขที่มีภาวะวิตกกังวลมักระบายความเครียดด้วยพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ และหนึ่งในนั้นคือการกินของแปลก หากน้องเริ่มหอบ เดินไปมาไม่หยุด หรือเลียตัวเองอย่างหมกมุ่นร่วมด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าน้องกำลัง เครียดสะสม ค่ะ

3. ความเบื่อหน่าย 

หากน้องไม่ได้ออกกำลังกายหรือได้รับการกระตุ้นทางสมองที่เพียงพอ พวกเขาจะ "หาความบันเทิง" ด้วยตัวเอง การเคี้ยวถุงเท้า ก้อนหิน หรือไม้ จึงเป็นวิธีแก้เบื่อยอดฮิตของน้องหมาที่ต้องการกิจกรรมเสริมสภาพแวดล้อม 

สาเหตุทางการแพทย์ที่ต้องระวัง

หากจู่ ๆ น้องดู "หิวโหยตลอดเวลา" (Polyphagia) และกินทุกอย่างที่ขวางหน้า หมออยากให้ระวังว่าอาจมาจากโรคแฝงเหล่านี้ค่ะ

  • ความผิดปกติของฮอร์โมน: เช่น โรคเบาหวาน โรคคุชชิ่ง (Cushing's Disease) หรือไทรอยด์เป็นพิษ
  • การขาดสารอาหาร: โรคลำไส้อักเสบ (IBD) หรือพยาธิในลำไส้ที่คอยแย่งสารอาหาร ทำให้น้องขาดสารอาหารจนต้องกินดินหรือสิ่งของเพื่อชดเชย
  • โรคตับอ่อน (EPI): ภาวะที่ตับอ่อนผลิตเอนไซม์ย่อยอาหารไม่เพียงพอ ทำให้น้ำหนักลดและหิวจัด
  • ผลข้างเคียงจากยา: ยาจำพวกสเตียรอยด์บางชนิดมีผลกระตุ้นความอยากอาหารอย่างรุนแรง

เพราะแบบนี้ หมอจึงเน้นย้ำเสมอว่าการ ตรวจสุขภาพเชิงป้องกันอย่างสม่ำเสมอ และการ ป้องกันพยาธิอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญที่ช่วยตัดสาเหตุทางการแพทย์เหล่านี้ออกไปได้ค่ะ

เมื่อ "ความเจ็บปวด" และ "พันธุกรรม" ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

งานวิจัยจากวารสาร Animals ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมกินของแปลก (Pica) หรือพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ ไม่ได้มาจากปัญหาทางจิตใจหรือระบบทางเดินอาหารเสมอไป แต่อาจเป็น "การแสดงออกของความเจ็บปวด" ในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่เราคาดไม่ถึงค่ะ

กรณีศึกษา: เมื่อความปวดสะโพกทำให้น้องหมา "กินหิน"

มีการศึกษาในสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ อายุ 5 ปีครึ่ง ซึ่งมีประวัติกินหินอย่างรุนแรงมานานกว่า 4 ปี จนต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องถึง 5 ครั้ง แม้จะตรวจเลือดและตรวจระบบทางเดินอาหารอย่างละเอียดกลับไม่พบความผิดปกติที่ชัดเจน แต่เมื่อตรวจร่างกายโดยละเอียดกลับพบว่าน้องมีอาการ เดินขาหลังเกร็งและเจ็บบริเวณสะโพกและหลังส่วนล่าง ซึ่งผลเอกซเรย์ยืนยันว่าเป็น โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia)

หลังจากได้รับยาแก้ปวดเพื่อรักษาอาการปวดข้อสะโพกเพียง 6 สัปดาห์ พฤติกรรมการกินหินก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และหายขาดภายใน 2 เดือน โดยน้องกลับมาร่าเริงและเล่นสนุกได้อีกครั้ง กรณีนี้สะท้อนว่าน้องกินหินเพื่อ "เบี่ยงเบนความสนใจ" จากความเจ็บปวดเรื้อรังที่กำลังเผชิญอยู่ค่ะ

ยีน "หิวไม่หยุด" (POMC Gene Mutation)

งานวิจัยปี 2016 พบเรื่องน่าสนใจในสายพันธุ์ Labrador Retriever และ Flat-coated Retriever ว่าประมาณ 25% ของสุนัขสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ของยีน POMC ซึ่งทำให้น้อง "ไม่รู้จักอิ่ม" และมีแรงจูงใจเรื่องอาหารสูงมาก (Food motivated) นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมลาบราดอร์ถึงขึ้นชื่อเรื่องการเป็น "นักกินถุงเท้า" ตัวยงค่ะ

ของแปลกยอดฮิต และวิธีป้องกันแก้ไข

ก่อนอื่นมาดูกันว่า "ของแปลก" ยอดนิยมที่น้องหมาชอบกินมีอะไรบ้างค่ะ

  • หญ้า: 68% ของสุนัขกินหญ้าเป็นประจำ ส่วนใหญ่ทำเพราะ "อร่อย" (โดยเฉพาะหญ้าอ่อน) มากกว่าการกินเพื่อกระตุ้นการอาเจียนอย่างที่เคยเชื่อกัน
  • อุจจาระ: แม้เจ้าของจะรับไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่น้องทำเพราะ "ชอบรสชาติ" หรือเลียนแบบแม่หมาในตอนเด็ก แต่จะอันตรายหากไปกินอึของสัตว์อื่นเพราะเสี่ยงต่อพยาธิ
  • ถุงเท้า: ถุงเท้ามี "กลิ่นของเจ้าของ" ที่เข้มข้น และมีสัมผัสนุ่มยืดหยุ่นคล้ายของเล่น ทำให้น้องติดใจได้ง่าย

ส่วนแนวทางป้องกันและแก้ไขที่หมอแนะนำ มีดังนี้ค่ะ

  1. เก็บของให้พ้นมือ: จัดบ้านให้เป็นระเบียบ เก็บถุงเท้าและของชิ้นเล็กเข้าตู้
  2. เพิ่มกิจกรรม: ให้เวลาเดินเล่นและใช้ของเล่นฝึกสมอง เพื่อลดความเบื่อ
  3. ฝึกคำสั่ง: สอนคำสั่ง "ปล่อย" หรือ "อย่า" โดยใช้การเสริมแรงทางบวก 
  4. ดูแลโภชนาการให้ครบถ้วน: การให้ อาหารที่สมดุลและครบตามหลักโภชนาการ ช่วยลดโอกาสที่น้องจะกินของแปลกเพื่อชดเชยสารอาหารที่ขาด
  5. ปรึกษาสัตวแพทย์: หากพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างหมกมุ่นหรือรุนแรง ควรตรวจเลือดเพื่อหาโรคแฝงทันที

1. พฤติกรรมการกินของแปลก (Pica) ในสุนัข เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

เกิดได้จากหลายปัจจัยตามช่วงวัยและสภาพร่างกายค่ะ หากเป็นลูกสุนัขมักเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นหรือคันเหงือก แต่หากเป็นสุนัขโตอาจเกิดจากความเครียด ความเบื่อหน่ายจากการขาดกิจกรรม หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนว่าน้องป่วยด้วยโรคแฝง เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมน (เบาหวาน/คุชชิ่ง) หรือการขาดสารอาหารจากพยาธิและโรคทางเดินอาหาร ซึ่งกระตุ้นให้น้องหิวโหยตลอดเวลาจนต้องกินสิ่งของเพื่อชดเชย

2. ความเจ็บปวดทางกาย เช่น โรคข้อสะโพกเสื่อม สัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินของแปลกอย่างไร?

งานวิจัยล่าสุดพบว่าอาการกินของแปลก เช่น การกินก้อนหินหรือไม้ อาจไม่ได้มาจากปัญหาทางจิตใจหรือระบบทางเดินอาหารเสมอไป แต่อาจเป็นพฤติกรรมที่น้องแสดงออกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดเรื้อรัง เช่น อาการปวดข้อสะโพกหรือปวดหลังส่วนล่าง เมื่อได้รับการรักษาและทานยาแก้ปวดอย่างถูกวิธี พฤติกรรมเหล่านี้ก็สามารถลดลงและหายไปได้ค่ะ

3. ของแปลกยอดนิยมประเภทไหนที่ต้องระวัง และเจ้าของควรป้องกันอย่างไร?

สิ่งของยอดนิยมมีตั้งแต่หญ้า ถุงเท้า (ซึ่งมีกลิ่นของเจ้าของที่น้องชอบ) ไปจนถึงอุจจาระ ซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับพยาธิและสิ่งอุดตันในทางเดินอาหาร แนวทางแก้ไขคือจัดบ้านให้เป็นระเบียบเพื่อเก็บของให้พ้นมือ ดูแลอาหารให้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เพิ่มกิจกรรมและของเล่นฝึกสมองเพื่อลดความเบื่อ และฝึกคำสั่งพื้นฐานอย่าง 'ปล่อย' หรือ 'อย่า' ด้วยการเสริมแรงทางบวก แต่หากน้องยังกินสิ่งของอย่างหมกมุ่น ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพอย่างละเอียดค่ะ

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. Mills DS, et al. Pain and Problem Behavior in Cats and Dogs (Animals, MDPI). mdpi.com
  2. Raffan E, et al. A Deletion in the Canine POMC Gene Is Associated with Weight and Appetite in Obesity-Prone Labrador Retriever Dogs. pmc.ncbi.nlm.nih.gov
เรียบเรียงโดย สพญ. มณทิชา กิจนิตย์ชีว์
chat line chat facebook